อนาคตทีมชาติไทยในยุค “ราเยวัช”

 

หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยทั้ง 35 คนเป็นที่เรียบร้อยมาหลายวันแล้ว แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆก็ยังมีคงมีมาเรื่อยๆ ถือได้ว่าเป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งของฟุตบอลไทย ซึ่งรายชื่อที่ได้ประกาศออกมาแน่นอนว่าถูกใจหลายๆคนที่อยากให้เกิดการเหลี่ยนแปลง แต่ก็มีไม่ถูกใจใครอีกหลายคนด้วยเช่นกันซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ สิ่งหนึ่งที่ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือของทีมชาติไทยได้แสดงให้ทุกคนได้เห็นคือ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะติดทีมชาติ แบบไม่มีข้อแม้อะไร แค่คุณเล่นดีและแย่งตำแหน่งตัวจริงของสโมสรได้ คุณก็มีโอกาสติดทีมชาติได้เช่นกัน ที่ผ่านมา ราเยวัช และทีมงานทำการบ้านกันอย่างหนักหลังจากเดินทางไปดูเกมลีกต่างๆทุกนัดที่มีโอกาส จึงมั่นใจได้ว่ารายชื่อของนักเตะทั้ง 35 คนมาจากการคัดเลือกของ ราเยวัช และทีมงานแบบไม่มีใครแทรกแซงแนนอน โผรายชื่อทีมชาติไทยในยุคของ ราเยวัช จึงออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรซ์หลายๆคน แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือทั้ง 35 คนนั้นเป็นนักเตะตัวหลักที่ได้ลงเล่นในเกมลีกอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งหมดที่ถูกเรียกตัวเข้ามาเก็บตัวจาก 35 คนจะถูกตัดให้เหลือเพียงแค่ 25 คนเท่านั้นเพื่อเดินทางไปอุ่นเครื่องกับ อุซเบกิสถาน และลงเตะในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่ง ราเยวัช ยืนยันว่าทั้ง 35 คนมีโอกาสเท่ากันหมด ทุกอย่างต้องพิสูจน์กันในช่วงการเก็บตัวฝึกซ้อมที่จะเข้าแคมป์ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.นี้

เป็นที่น่าสนใจว่านักเตะหน้าใหม่ที่ถูกเรียกเข้าแคมป์เก็บตัวในครั้งนี้จะมีใครที่ “ชั้นถึง” และสามารถสอบผ่านบททดสอบเพื่อที่จะก้าวขึ้นมาเป็น 25 ตัวจริงของทีชาติไทยได้บ้าง เพราะบางคนในลีกโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมแต่พอเป็นทีมชาติกลับเหลวไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ในประเด็นของโค้ชต่างชาติที่ชอบคนที่กระตือรือล้น ดูมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะลงเล่น ดังนั้นแน่นอนว่าเวลาซ้อมทุกคนจะต้องเกินร้อย

ก้าวแรกของ ราเยวัช กับการทำหน้าที่กุนซือทีมชาติไทยถือเป็นงานที่หนักพอสมควร หากเริ่มต้นด้วยดีก็อาจจะได้อยู่ยาว แต่ถ้าเริ่มด้วยความผิดพลาดอย่างนี้คงต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้เลย ขณะเดียวกันนักเตะคนอื่นๆที่ไม่มีชื่อหรือว่าคนที่เคยติดแต่ครั้งนี้ดันหลุดโผไปก็อย่าเพิ่งถอดใจเพราะยังมีโอกาสหวนกลับมาติดธงชาติไทยแน่นอน เพียงแค่ต้องทำผลงานในลีกให้ดีก่อน ตอนนี้ทีมชาติไทยเปิดกว้างแล้วสำหรับนักเตะทุกๆคน ส่วนผลงานของ ช้างศึกในยุคของ ราเยวัช จะเป็นอย่างไรนั้นเราคงต้องตามลุ้นและเอาใจช่วยกันต่อไป

 

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *