พรีเมียร์ลีก เล่นง่ายจ่ายจริงๆ

ใกล้จบแล้วหรอ JK กับหงส์แดง

นัดสุดท้ายของปี 2016 แสดงให้เห็นถึงทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ จากทีมเอ็นเตอร์เทนกลายเป็นเครื่องจักรไล่ล่าชัยชนะที่ดูเหมือนจะแข่งขันลุ้นแชมป์พรีเมียร์ ลีกไปได้ตลอดรอดฝั่ง ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ที่สนามแอนฟิลด์เป็นผลงานของลิเวอร์พูลที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนเพราะคล็อปป์ใช้เกมการเล่นแบบอดทนเพื่อลดจุดแข็งของซิตี้และเปิดประตูไปสู่ชัยชนะที่สุดแสนจะสำคัญ  บรรดากูรูทั้งหลายต่างสรรเส

ริญคล็อปป์ในช่วงเทศกาลปีใหม่และเขาก็กลายเป็นที่จับจ้องของสื่อมวลชนทั้งหลายนับตั้งแต่ย้ายมารับงานในประเทศอังกฤษเมื่อเดือนตุลาคมปี 2015 มันเป็นที่เข้าใจได้ง่ายว่าทำไมแม้แต่แฟนบอลคู่แข่งก็ยังชื่นชอบคล็อปป์เพราะด้วยรอยยิ้มที่เป็นกันเอง,การหัวเราะเสียงดัง,ท่าทีที่มีสีสันข้างสนามประกอบกับความเชื่อว่านักเตะทุกคนที่ลงเล่นภายใต้การทำทีมของเขาจะต้องลุ่มหลงในจิตวิญญาณของเขา แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่ใช่คนเพียงกลุ่มเดียวที่เป็นดังนี้เนื่องจากพวกเขามี”เดอะ สเปเชี่ยล วัน”ของตัวเองในรูปแบบของคล็อปป์

10 เกมต่อมา แฟนบอลลิเวอร์พูลดูสิ้นหวังหลังผลงานที่ย่ำแย่ต่อเนื่องและทำให้ทีมของคล็อปป์หลุดวงโคจรลุ้นแชมป์พรีเมียร์ ลีกรวมถึงการกระเด็นตกรอบบอลถ้วยภายในประเทศ 2 รายการ ที่แปลกคือบางคนถึงกับตั้งคำถามว่าพระเจ้าแห่งการคุมทีมเมื่อปี 2016 จะสามารถอยู่รอดจนกระทั่งสิ้นปีนี้ได้หรือไม่เนื่องด้วยผลงานที่ตกต่ำถึงขีดสุดในตอนนี้และมันชัดเจนว่าคล็อปป์ไม่มีความสามารถในการหยุดยั้งเรื่องดังกล่าวซึ่งทำให้การแตก

สลายของออร่าที่เขาเคยมีเร็วขึ้นเป็นทวีคูณแม้ว่ามันจะเป็นฟอร์มที่ตกต่ำอย่างหนักครั้งแรกของคล็อปป์ในการคุมทีมลิเวอร์พูลแต่มันไม่มีข้อสงสัยเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วและนำมาซึ่งความปราชัยต่อฮัลล์ ซิตี้ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจะกลายมาเป็นจุดด้อยพร้อยล่าสุดสำหรับชื่อเสียงของเขาในเวทีพรีเมียร์ ลีก

คล็อปป์กำลังทำงานโดยมีสัญญายาว 6 ปีกับลิเวอร์พูลที่จะสิ้นสุดลงในปี 2022 และหากไม่นับรวม 10 เกมที่ทุกข์เข็ญหลังสุด แฟนบอลส่วนใหญ่ของ”หงส์แดง”ก็มั่นใจว่าเขาจะเป็นคนนำแชมป์ลีกสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 1990 มาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ได้ในช่วงที่เขายังครองอำนาจอยู่ ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาที่น่าผิดหวังของเขาและการขาดแนวความคิดใหม่ๆเพื่อออกมาให้หลุดพ้นจากวิกฤตก็เปิดโปงเรื่องโกหกที่ว่าเขาควรอยู่เหนือเสียงวิจารณ์ใดๆ

และต้องเผชิญกับมันในแนวทางเดียวกับที่อาร์แซน เวนเกอร์ของอาร์เซน่อล,เป๊ป กวาร์ดิโอล่าและโจเซ่ มูรินโญ่เจอในฤดูกาลแรกของการคุม 2 ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ช่วงเวลาที่หอมหวานของคล็อปป์กับลิเวอร์พูลเป็นไปอย่างยอดเยี่ยมแต่ผ่านพ้นไปแล้วอย่างชัดเจนและฝ่ายบริหารของสโมสรก็หวังว่าพวกเขาคงไม่ต้องมาคำนวณว่าจะต้องจ่ายเงินชดเชยเท่าใดกับสัญญามูลค่ามหาศาลเช่นนั้นในเร็วๆนี้

เอแดนขอสอง! เชลซีคืนชีพจมเรือ 2-1 นำ 7 แต้มต่อ

สิงโตน้ำเงินคราม กลับมาฟอร์มสุดยอดอีกครั้งหลังคว้าชัยต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นการชนะแบบไปกลับโดยเฉือนชนะ 2-1 จากสองประตูของ เอเดน อาซาร์ เหมายิงให้เชลซียึดจ่าฝูง รักษาช่องว่างระหว่างที่ 2 ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์สรองจ่าฝูงอยู่ 7 แต้ม ทางด้านเรือใบสีฟ้าหยุดอยู่ที่ 4 นำอาร์เซน่อลทีมที่ 5 อยู่ 4 คะแนนโดยแข่งมากกว่า 1 นัด

เปิดเกมมาเป็นทางเจ้าบ้านออกนำเร็วในนาทีที่ 10 จากการทำเกมฝั่งขวาจาก เปโดร ไหลบอลให้ อัซปิลิกวยต้า ตบบอลย้อนกลับมาและเป็น เอเดน อาซาร์ ที่หวดด้วยขวาโค้งแฉลบหัว กอมปานี เล็กน้อย แต่ กาบาญาโร่ ก็เสียจังหวะปัดบอลไม่ออกพุ่งเข้าประตูไป เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 โดยเป็นประตูที่ 12 ของ อาซาร์ ในฤดูกาลนี้ หลังจากนั้น แมนฯ ซิตี้ ครองเกมบุกเข้าใส่เจ้าบ้านจนได้โอกาสจากความโชคดีเมื่อนาทีที่ 26 คูร์กตัวส์ แจกโชคให้

ทีมเยือนโดยการเปิดจากเส้นประตูไม่ดีไปติด ซิลบา ให้พักอกแล้วกระชากไปทางฝั่งขวาซัดเต็มข้อให้นายทวารเบลเยี่ยมปัดออกมาแล้วโชคไม่ดีบอลกระเด็นเข้าทาง อเกวโร่ ให้แปบอลโล่งๆ เข้าไปไม่เหลือ  ทีมเยือนตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่ 15 ของเจ้าตัว แต่เกมกลับมาเป็นเชลซีอีกครั้งเมื่อนาทีที่ 35 เปโดน รับบอลแทงทะลุช่องจาก ฟาเบรกัส มาแล้วพลิกบอลเข้าเขตโทษหนี แฟร์นานดิญโญ่ แล้วโดนขัดขาล้ม จนกรรมการเป่าเป็น

จุดโทษอย่างไม่ลังเล อาซาร์ รับหน้าที่แปไปทางขวามือแต่ กาบาเญโร่ พุ่งถูกทางปัดออกไปได้แต่โชคเข้าข้างบอลเข้าทางเด้งเข้าเท้ามาให้ปีกเบลเยี่ยมยิงเข้าประตูไปเจ้าบ้านขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 และเป็นประตูที่ 13 ของเจ้าตัว

เปิดครึ่งหลังมาทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 50 เดอ บรอยส์ เปิดฟรีคิกเข้ามาจากทางขวาเข้ามาทางเสาสองให้ กอมปานี โหม่งย้อยๆ ข้ามหัว คูร์กตัวส์ ไปแต่ดันชนคานบนอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นเป็นเกมชิงไหวชิงพริบดึงแทคติกออกมาใช้อย่างแท้จริงจนเจ้าบ้านได้โอกาสสวนกลับในนาทีที่ 76 อาซาร์กระชากบอลหนีไปทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายให้ ฟาเบรกัส ทำชิ่งกับ เปโดร แต่ไปเข้าทาง อาซาร์ ซัดเต็มข้อเหน่งๆ แต่บอลโด่งหนี

ออกไปอย่างน่าผิดหวัง ท้ายเกมทีมเยือนพลาดได้ประตูตีเสมออย่างไม่น่าเชื่อในนาทีที่ 90+3 หลัง โนลิโต้ ตัวสำรองวางบอลจากกราบซ้ายไปเสาไกลให้ อเกวโร่ ล้มตัวยิงเผาขนแต่ติดบล๊อค และจังหวะต่อเนื่อง แมนฯ ซิตี้ ได้เตะมุมเข้ามาและเป็นเจ้าบ้านที่ประกบตัวผิดพลาดให้ สโตนส์ แปบอลโล่งๆ ผิดเหลี่ยมข้ามคานไปแบบให้แฟน แมนฯ ซิตี้ กรีดร้องกันระงม จบเกมเชลซีรอดตัวเปิดบ้านคืนฟอร์มเจ๋งเฉือนชนะ แมนฯ ซิตี้ ไปอย่างสุดมันส์ 2-1

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *