อันโตนิโอ คอนเต้

อันโตนิโอ คอนเต้ เดือด ชอบทีมเน้นเล่นบอลมากกว่าเล่นงานคน

อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่เชลซี ที่ออกมาแสดงความเห็นในกรณีที่ โรโฮ กองหลัง ปีศาจแดง ที่ยังคงชูคอลอยนวล ไม่โดนลงโทษจากกรณีที่เหยีบ เอแด็น อาซาร์ พร้อมทั้งพูดให้คิดว่าตนอยากเจอทีมที่เล่นฟุตบอลมากกว่าเล่นคนที่เน้นไล่เตะคู่แข่งอย่างเมามัน อย่างที่ผ่านมา

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม เชลซี สโมสรฟอร์มเก่งแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงกรณีที่ มาร์กอส โรโฮ กองหลัง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ยังไม่ได้รับการลงโทษในการที่เหยียบยอดอก ของลูกทีมตนเองอย่าง เอแด็น อาซาร์  จอมทัพเชลซี ที่ออกมาบอกว่าตนนั้นอยากเจอกับทีมที่เน้นการเล่นฟุตบอลมากกว่าการจ้องแต่จะทำร้ายคู่แข่งแบบนี้

นายใหญ่ชาวอิตาเลียน กับ โจเซ่ มูนรินโญ่ กุนซือ ปีศาจแดง ที่ได้มีการปะทะคารมกันข้างสนามในแมตซ์ที่ เชลซี ชนะ 1-0 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากตอนเต้ รู้สึกไม่พอใจในจังหวะที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีน ที่เข้าเสียบอย่างรุนแรงใส่ มาร์กอส อลินโซ่  หลังจากจบการแข่งขันดังกล่าว คอนเต้ ก็ยังกล่าวถึงกรณีที่ อาซาร์ ที่ไม่สามารถเล่นได้เลย เนื่องจากโดนแข้งของปีศาจแดง ไล่เตะตลอดเวลาในช่วง

ครึ่งแรก แถมยังมีอาการเจ็บ และที่น่าเจ็บใจมากที่สุด โรโฮ ที่ไม่โดนลงโทษ
จากการใช้เท้าเหยียบหน้าอก ของ เพลย์เมกเกอร์ ทีมชาติเบลเยี่ยมอีกต่างหาก

จากคำถามเกี่ยวกับการกระทำของโรโฮ นั้นทำให้อดีตกุนซือ ทีมชาติอิตาลี ที่ได้ออกมากล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่ต้องเน้นในกรณีที่ผมพูดเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เมื่อพวกคุณเคยถามผมว่ามันควรเป็นใบเหลืองที่สองใช่ไหม ผม

อยากจะตอบว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล่นฟุตบอล แต่ผมก็เข้าใจว่าวงการฟุตบอลมันต้องเจอกันกับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งผมก็ไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้วและอยากเจอกับทีมที่ต้องการเน้นการเล่นฟุตบอลมากกว่านี้

นอกจากนี้ คอนเต้ ก็ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับผู้ตัดสินควรปกป้องนักเตะให้มากกว่านี้ และคิดว่าผู้ตัดสินนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว สำหรับนักเตะที่ควรเคารพต่อคู่แข่ง และเกมฟุตบอลเช่นกัน เพราะเราเล่นฟุตบอล สิ่งแรกที่เรารู้ว่าระหว่างเกมคุณมีสิทธิ์ที่จะโดนเตะได้ และนั่นก็เป็นเรื่องปกติแต่ต้องตัดสินให้ความสำคัญต่อการเคารพเกมฟุตบอล เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่สุดยอดที่สุด

สำหรับคอนเต้ที่รู้สึกไม่พอใจกับการที่ โรโฮ นั้นไม่ได้ถูกลงโทษแต่ก็ต้องดูว่าหลังจากนี้จะมีผลย้อนหลังหรือไม่

พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล Vs เอฟเวอร์ตัน

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในเย็นวันเสาร์ที่ 1 เมษายนนี้ เวลา 18.30 น. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนจาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน งานนี้ลิเวอร์พูลต้องการย้ำชัยแบบไป-กลับ เพื่อที่จะคว้า 3 แต้มสำคัญในการรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ต่อไป แต่เห็นทีจะเป็นงานที่ค่อนข้างหินของเหล่าแข้งหงส์แดง เมื่อคู่ต่อสู้อย่างเอฟเวอร์ตันกำลังฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ถือได้ว่าทั้ง 2 ทีม เวียนมาเจอกันในช่วงเวลาที่

เหมาะสมเหลือเกิน เพราะต่างก็อยู่ในช่วงฟอร์มกำลังร้อนแรงกันทั้งคู่ โดยที่ทางฝั่งเจ้าถิ่นลิเวอร์พูลนั้น สามารถเก็บชัยชนะมา 2 นัดติดต่อกันเหนือ อาร์เซนอล และ เบิร์นลีย์ ก่อนที่จะมาเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอย่างสุดมัน ในนัดล่าสุดที่ผ่านมา ในขณะที่ทีมเยือนอย่างเอฟเวอร์ตัน ฟอร์มก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อไล่อัด เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไป 3-0 และถล่ม ฮัลล์ ซิตี้ 4-0 ในสองนัดล่าสุดที่ผ่านมา โดยที่เอฟเวอร์ตันมีคะแนนห่างจาก ลิเวอร์พูล เพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น

สำหรับลิเวอร์พูล ในเกมนี้จะไม่มี แดนนี อิงค์, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, มาร์โก กรูยิช และ อดัม ลัลลานา ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ข่าวดีคือ อาจจะได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฟิตทันสามารถกลับมาลงสนามได้ในเกมนี้ นายทวารยังคงเป็น ซิมง มินโญเลต์ รับหน้าที่เฝ้าเสา แนวรับใช้ เดยัน ลอฟเรน จับคู่กับ โจเอล มาติป ร่วมด้วย เนธาเนียล ไคลน์ และ เจมส์ มิลเนอร์ สามประสานแดนกลางเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร ชาน และ จอร์จิ

นโญ ไวจ์นัลดุม แนวรุกแดนหน้ายังคงเป็นชุดเดิม ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน และ ฟิลิปป์ คูตินโญ คอยไล่ล่าตาข่าย ในขณะที่ทางฝั่งของทีมเยือน เอฟเวอร์ตัน มีปัญหาในการจัดทัพเล็กน้อยเมื่อในเกมนี้จะไม่มี เซมุส โคลแมน ที่มีอาการขาหักจนต้องพักยาว ในขณะที่ ยานนิค โบลาซี, รามิโอ ฟูเนส และ มูฮาเหม็ด เบซิช สภาพร่างกายก็ยังค่อยจะไม่สมบูรณ์นัก แต่ข่าวดีคือ น่าจะได้ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่น่าจะฟิตกลับมาลงสนามได้ทัน

เวลา โจเอล โรเบลส ลงเฝ้าเสา แผงหลังเหลือตัวเลือกไม่มากนักใช้ ฟิล จากีลก้า เป็นตัวจริงคู่กับ แอชลีย์ วิลเลียม ร่วมกับ เมสัน โฮลเกท และ เลห์ตัน เบนส์ แดนกลางเป็น ทอม เดวีส์ ประสานงานร่วมกับ ชไนเดอร์ลิน และ อิดริสซา กูอาเย แนวรุกประกอบด้วย โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน, รอสส์ บาร์คลีย์ และ โรเมอู ลูกากู ศึกครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายได้ชัยไป เย็นนี้รู้กัน