สโบเบท

เจอร์เก้น คล็อปป์ เชื่อว่าสิงห์บลูเป็นแชมป์ลีกแน่นอน

เจอร์เก้น คล็อปป์ สุดยอดกุนซือ ลิเวอร์พูล ที่ออกมายอมรับว่า เชลซี ควรคู่กับตำแหน่งแชมป์เปี้ยนส์ลีก หลังจากทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาตลอดซีซั่น ซึ่งในขณะที่ทีมอื่นที่เหลือก็ได้แค่แย่งกันคว้าโควต้า ลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เท่านั้น

ผู้จัดการทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล สุดยอดทีมแกร่งแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ได้ออกมายอมรับว่า สิงห์บลู เชลซี สมควรที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในแดนผู้ดีในซีซั่นนี้ได้แล้ว หลังจากที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด

ทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่จะคว้าชัยชนะในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ได้ถึง 19 นัด 22 หลังสุด และยังขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่นโดยมี 69 คะแนน จาก 28 นัด เหนือกว่าอันดับที่สองอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ห่างกัน

ถึง 10 คะแนน และเหลือเกมที่ต้องแข่งอีกเพียงแค่ 10 นัดเท่านั้น  จากการที่ หงส์แดง ที่บุกไปเสมอ เรือใบสีฟ้ามาได้ 1-1 ในเกมบิ๊กแมตซ์ที่สนาม เอติฮัล สเตเดียว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์ของทั้งสองทีม ที่ดูเลือนราง ไปแล้ว จึงทำให้คล็อปป์นั้นมีความมั่นใจว่าสิงห์บูล นั้นเหมาะสมที่สุดแล้วในการครองแชมป์ในฤดูกาลนี้

คล็อปป์เผยว่า มันมีหนึ่งทีมที่โดดเด่นในปีนี้ และพวกเขานั้นอาจจะได้เป็นแชมป์ ซึ่งก็สมควรแล้ว และทีมทั้งหมด ที่เหลือก็สู้เพื่อยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เราเป็นหนึ่งในนั้น และนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราทำได้ดีถือว่าประสบความสำเร็จ และถ้าเราทำไม่ได้ เราก็จะทำให้ผิดหวัง แต่เราจะไม่หยุดทำงานหรือเชื่อมั่นในโครงการนี้

ในขณะที่เจอร์เกน คล็อปป์ ที่ออกมาพูดในเรื่องที่พลาดไปเล่น ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีกในปีหน้าก็จะไม่กระทบกับแผนในระยะยาวของทีมแต่อย่างใดเพราะการต่อสู้ที่นี่ยังคงดำเนินอยู่และสิ่งที่สำคัญคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมันมีเหตุผลมากมายเราอาจจะไม่สำเร็จหากแต่นี่คือโปรเจ็คระยะยาว  ในอนาคตเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ และแต่ละปีก็มีผู้ที่ต่อเนื่องสุดเท่านั้นที่จะสามารถคว้าแชมป์ สำหรับส่วนที่เหลือก็ต้องต่อสู้เพื่อแชมเปียส์ลีกแทน

หากเราสามารถไปถึงตรงนั้นได้ก็จะถือว่าประสบความสำเร็จส่วนถ้าเราพลาดหรือผิดหวังแต่เราจะไม่หยุดทำงานและยังเชื่อมั่นในโปรเจ็คที่เรานั้นกำลังสร้างอยู่ สำหรับเกมหน้ากับเอฟเวอร์ตันอีกทีมที่เล่นได้อย่างน่าประทับใจไม่ใช่ดารบี้แมตซ์ ซึ่งเราก็จะกลับมาอย่างแข็งแกร่ง

ไฮไลท์บอล : ยังสม่ำเสมอ! ผีเปิดบ้านไร้ชัยเจ๊าท๊อฟฟี่ยิงทดเจ็บ 1-1

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดพลาดเก็บสามในบ้านอีกครั้ง แม้ได้ ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช ที่พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมยิงจุดโทษท้ายเกมที่แบ่งแต้มกับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา

โชเซ่ มูรินโญ่ กุณซือผีแดงได้ปรับทัพนักเตะ 3 ตำแหน่งจากเกมเจ๊าเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนแบบไร้สกอร์ในเกมที่ผ่านมา ได้แก่ ดาลีย์ บลินด์ อันเดร์เอเรร่า และซลาตัน อิบราฮิโมวิช ลง11ตัวแรกแทน อันโตนิโอ วาเลนเซีย เฮนริค มคิทาร์ยาน และ อ็องโตนี มาร์กซิยาล ทางเอฟเวอร์ตัน ได้เปลี่ยนนักเตะเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมพ่ายลิเวอร์พูลที่ผ่านมา คือ แกเร็ธ แบร์รี่ และ เควิน มิราลลาส ลงแทน แม็ธธิว เพนนิงตัน และ โดมินิก คาลเวิร์ต-เลวิน

ไฮไลท์ช่วงเริ่มเกมเป็นเจ้าบ้านที่เปิดเกมรุกใส่ทีมเยือนนาทีที่ 5 อิบราฮิมโมวิช ได้โอกาสส่องเหน่งๆ หลังรับบอลทะลุช่องมาและแตะหลบเข้าเขตโทษไปได้แต่สับไกช้าไปติดบล๊อค วิลเลี่ยมส์ ที่ตามมาบล๊อคทันได้ นาทีที่ 16 มีจังหวะให้ถกเถียงกันอีก หลังไลน์แมนยกธงล้ำหน้าในลูกที่แรชฟอร์ดรับบอลต่อมาจาก อิบราฮิโมวิช เข้าไปยิงติดเซฟ แม้จากภาพช้าก็ดูยากว่าล้ำหรือไม่ ไฮไลท์เด็ดในนาทีที่ 22 เป็นฝั่งทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำ 0-1

จากจังหวะเตะมุมฝั่งขวาโดย มิราญาส เปิดบอลมาทางเสาแรกให้ วิลเลี่ยมส์ โหม่งย้อนมาให้ จาเกียลก้า ที่อยู่เสาสองดีดบอลด้วยเท้าขวาลอดขา เด เกอา เข้าไปทั้งๆที่หันหลังให้ประตูแบบไม่น่าเชื่อ หลังเสียประตูเจ้าบ้านบุกหนักอีกครั้งจน อังเดร เอเรร่า มีโอกาสสับไกลบริเวณหน้าหัวกระโหลกในนาทีที่ 40 เกือบจะเสียบมุมซ้ายของประตูแต่เป็น โจเอล ที่บินปัดบอลเฉี่ยวเสาออกไปได้แบบฉิวเฉียด

เริ่มต้นครึ่งหลังก็มีไฮไลท์แจ่มๆ ให้ได้ลุ้นกัน นาทีที่ 55 ป๊อกบาที่โดนเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังมีโอกาสได้โหม่งเหน่งๆ ลูกฟรีคิกที่แฉลบมาจากหัว ลูคาคู แต่ยังคงมีปัญหากับเสาคานเหมือนเดิม โดยคราวนี้ชนคานสนั่นทั้งๆ ที่โกลล์หมดสิทธิ์เซฟแล้ว หลังจากนั้นแมนยูใช้เกมกลางอากาศโจมตีใส่อีกครั้งโดยนาทีที่ 71 เอเรร่า บรรจงเปิดบอลมาจากฝั่งขวามาถึง อิบราฮิโมวิช ทิ้งตัวโหม่งเข้าตาข่ายแต่เป็นไลน์แมนที่ยกธงล้ำหน้าโดยจาก

ภาพช้าขาอยู่ในไลน์แต่ตัวเหลื่อมไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง ในท้ายเกมเป็นฝั่งผีแดงที่บุกไม่คิดชีวิตจนเกือบจะจบเกมอยู่แล้วทดเจ็บนาทีที่ 90+4 ฝั่งเจ้าบ้านได้จุดโทษจากการทำแฮนด์บอลของ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ที่จงใจปัดบอลลูกยิงไกลของ ลุค ชอว์ จนโดนใบแดงและเสียจุดโทษ จากนั้นเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คนเดิมซัดตุงตาข่ายเข้าไปอย่างเยือกเย็น เจ้าบ้านตีเสมอได้ 1-1 และจบเกมไปในไม่ช้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงผล

เสมออีกครั้งและเป็นการเสมอในโอลด์แทฟฟอร์ดบ้านตัวเอง 3 นัดติดต่อกัน

 …